Article

การบำบัดด้วยโอโซน Ozone Therapy

การบำบัดด้วยโอโซน Ozone Therapy

นพ.พลวัฒน์ ปรีชาบริสุทธิ์กุล M.D. Preventive medicine, ABAARM, CNW, MSc

ก๊าซโอโซน (O3) ซึ่งได้รับการค้นพบในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 เป็นโมเลกุลที่ประกอบไปด้วยออกซิเจน 3 อะตอม  นักวิจัยเชื่อว่าให้ผลการรักษามากมาย การบำบัดด้วยโอโซนได้ถูกนำมาใช้และศึกษาอย่างหนักมานานกว่าศตวรรษ  จึงได้รับการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อยซึ่งป้องกันได้ กลไกของโอโซนต่อร่างกายมีหลากหลาย ถ้าจะอธิบายหลักการอย่างง่ายที่สุดก็คือ การเติมออกซิเจนให้เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเผาผลาญออกซิเดชั่น (Oxidation) อย่างสมบูรณ์ของน้ำตาลและเชื้อเพลิงอื่นเพื่อผลิตพลังงานที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ เรียกได้ว่า “ การเผาไหม้ที่สะอาด” หากมีออกซิเจนไม่เพียงพอแล้วเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) ที่ไม่สมบูรณ์ก็จะทำให้เกิดคาร์บอนมอนอกไซด์ กรดแลคติก และ อนุมูลอิสระ ซึ่งจะย้อนกลับไปยับยั้งการเผาผลาญออกซิเจนและ“ อุดตันระบบ” โดยทำให้เกิดการจับตัวของฮีโมโกลบิน กระทบการไหลเวียนโลหิต กลไกการทำงานและกำจัดของเสียของร่างกาย หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนการทำงานของเครื่องยนต์ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ย่อมเกิดควันดำและของเสีย  เกิดเขม่า ตะกอนและสุดท้ายก็ทำให้เครื่องยนต์ชำรุด เมื่อร่างกายสามารถสร้างพลังงานได้เพียงพอย่อมทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเกิดความสมดุล ได้รับการฟื้นฟูและมีความแข็งแรงมากขึ้นได้

ทางการแพทย์มีการใช้โอโซนในการฆ่าเชื้อและรักษาโรค  โดยกลไกการออกฤทธิ์คือ การยับยั้งการเจริญและทำลายแบคทีเรีย ไวรัส รา ยีสต์ และ โปรโตซัว  สามารถใช้โอโซนร่วมรักษาในการกระตุ้นการเผาผลาญออกซิเจน หรือการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน โรค  ตัวอย่างเช่น  บาดแผลที่ติดเชื้อ  ความผิดปกติของการไหลเวียนโลหิต  ภาวะผู้สูงอายุ  ภาวะจอประสาทตาเสื่อม  โรคไวรัส  โรค ไขข้ออักเสบ / โรคไขข้อมะเร็งมะเร็ง  อาการอ่อนเพลีย  ภูมิต้านทานผิดปกติ  จนถึงการกระตุ้นการฟื้นตัวเซลล์ต่างๆ  ในร่างกาย  การรักษาด้วยโอโซนในสภาวะก๊าซต้องมีการพัฒนาเทคนิคการใช้งานพิเศษเพื่อความปลอดภัยในการใช้และได้ประสิทธิภาพมากที่สุด  โดยการรักษาสามารถทำได้ 2 วิธี คือ วิธีรักษาเฉพาะที่ (Local treatment) และวิธีให้ทางหลอดเลือดดำ (Intravenous) 

Benefit of Ozone Therapy 

  1. ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียไวรัสเชื้อรายีสต์และโปรโตซัว การบำบัดด้วยโอโซนจะทำลายชั้นเคลือบเซลล์ (Cell envelope) ของแบคทีเรียผ่านการเกิดออกซิเดชั่น(Oxidation) ของฟอสโฟไลปิดและไลโปโปรตีน  มีผลหยุดและขัดขวางวงจรการเจริญเติบโตของเชื้อรา ทำลายเปลือกหุ้ม (capsid) และยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส นอกจากนี้ ยังกระตุ้นให้ร่างกายสามารถจัดการกับเซลล์ที่มีการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะยับยั้งการแพร่พันธุ์ของไวรัสได้  เลือดที่มีออกซิเจนและโอโซนเป็นจำนวนมากจะสร้างสภาพแวดล้อมแบบแอโรบิกซึ่งเซลล์ที่มีเมตาบอลิซึมแบบไม่ใช้ออกซิเจนรวมถึงแบคทีเรียและเชื้อรา จะไม่สามารถเจริญเติบโตได้ 
  1. กระตุ้นการเผาผลาญออกซิเจน: การบำบัดด้วยโอโซนทำให้อัตราการเผาผลาญน้ำตาล glycolysis ของเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณออกซิเจนที่ปล่อยออกสู่เนื้อเยื่อ  โอโซนเปิดใช้งานวงจร Krebs กระตุ้นการผลิตพลังงาน ATP 
  2. กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน  โอโซนที่ให้ความเข้มข้นระหว่าง 30 และ 55 ไมโครกรัม / ซีซี ทำให้การผลิต interferon เพิ่มขึ้น  กระตุ้นการสร้าง Tumor necrosis factor และ interleukin-2 ซึ่งการผลิต interleukin-2 ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื่องทางภูมิคุ้มกันตัวอื่นๆ ต่อมา ทำให้ประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น
  1. กระตุ้นการผลิตเอนไซม์ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและปกป้องเซลล์ ได้แก่ Glutathione peroxidase, Catalase และ Superoxide dismutase กระตุ้นการขับสารพิษของตับ (Liver detoxification) นอกจากนี้ยังกระตุ้นการผลิต prostacyclin ทำให้หลอดเลือดขยายตัวกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดอีกด้วย  

ขั้นตอนการทำ Ozone Therapy 

มีการฉีดโอโซนเข้าเส้นเลือดดำ (IV) และใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีต่อครั้ง  โดยพยาบาลจะเก็บเลือดประมาณ 150-200 cc เพื่อเติมโอโซนที่ความเข้มข้นตามความเหมาะสมให้กับเลือดในขวดที่ออกแบบพิเศษ ก่อนที่จะถ่ายเลือดออกซิเจนความเข้มข้นสูงนั้นกลับเข้าในร่างกาย 

ข้อควรระวัง

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant) ในช่วง 4-12 ชั่วโมงแรกหลังทำการรักษา เพราะการเกิดอนุมูลอิสระในช่วงแรกของการรักษานั้นหวังผลในการทำลายเชื้อโรคในร่างกาย
  • แนะนำให้หลีกเลี่ยงในผู้ป่วย G-6-PD Deficiency 

การบำบัดด้วยโอโซนเป็นตัวเลือกหนึ่งของการรักษา  อาการบางอย่างอาจไม่ดีขึ้นด้วยการใช้โอโซนเพียงอย่างเดียวและแน่นอนว่ามีอาการมากมายที่สามารถจัดการได้แม้ไม่มีการบำบัดด้วยโอโซน  แต่เนื่องจากคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ของโอโซนในด้านต่างๆ เราจึงสามารถใช้การบำบัดด้วยโอโซนร่วมกับแผนการรักษาโรคได้เกือบทุกชนิด

Reference 

  • Di Paolo N, Bocci V, Gaggioti E. Ozone therapy editorial review. Int J Artificial Organs. 2004;27:168–75. [PubMed: 15112882]
  • Bocci V. Biological and clinical effects of ozone: Has ozone therapy a future in medicine? Br J Biomed Sci. 1999;56:270–9. [PubMed: 10795372]
  • Bocci V. Does ozone therapy normalize the cellular redox balance? Implications for the therapy of human immunodeficiency virus infection and several other diseases. Med Hypothesis. 1996;46:150–4. [PubMed: 8692040]
  • Carpendale MT, Freeberg JK. Ozone inactivates HIV at noncytotoxic concentrations. Antiviral Res. 1991;16:281–92. [PubMed: 1805686]
  • Gérard V, Sunnen MD. SARS and ozone therapy: Theoretical considerations. [cited in 2003]. Available from: http://www.triroc.com/sunnen/topics/sars.html .
  • Why consider ozone therapy/oxygen Spa as alternative treatment dallas fort worth? [cited in 2010]. Available from: http://www.holisticbodyworker.com/ozone_therapy_documentation.html .
  • Viebahn-Hänsler R. The use of ozone in medicine: Mechanisms of action. Munich. 2003. May 23-25, [cited in 2003]. Available from: http://www.oxidation-therapy.com/pdfs/MechanismofAction.pdf .
 
Shopping Cart
There are no products in the cart!
Continue Shopping
0